เริ่มจากค่างวดที่คุณจ่ายไหวในชีวิตจริง แล้วย้อนไปหาราคาบ้านที่เหมาะ อย่าเริ่มจากบ้านที่ชอบแล้วค่อยหาทางกู้ ลำดับที่ใช้ได้คือ ประเมินรายได้ ภาระหนี้ และเงินที่เตรียมไว้ เลือกค่างวดที่ไม่กระทบชีวิตประจำวัน เทียบกับช่วงราคาบ้าน แล้วถามธนาคารถึงเงื่อนไขจริงก่อนจอง
ขั้นตอนกู้ซื้อบ้านและสิ่งที่ต้องถามในแต่ละขั้น
แต่ละธนาคารและแต่ละโครงการเรียงขั้นตอนต่างกันเล็กน้อย ระยะเวลาขึ้นกับธนาคารและเอกสารของผู้กู้ ลำดับทั่วไปเป็นดังนี้
- ประเมินความพร้อม ดูรายได้ ภาระหนี้ เงินออม และเงินดาวน์ ถามธนาคารว่านับรายได้ประเภทไหน และภาระหนี้เดิมมีผลแค่ไหน
- เลือกช่วงราคาบ้านจากค่างวดที่สบายใจ ลองถามตัวเองว่าถ้าดอกเบี้ยขยับขึ้นยังไหวหรือไม่
- ดูบ้านและจอง ถามฝ่ายขายว่าเงินจองหักเป็นส่วนหนึ่งของราคาหรือไม่ และถ้ากู้ไม่ผ่านได้คืนหรือเปล่า
- ยื่นเอกสารขอสินเชื่อ ธนาคารตรวจรายได้ ภาระหนี้ และประวัติการชำระ ถามว่าต้องใช้เอกสารอะไร และจะแจ้งผลอย่างไร
- ธนาคารประเมินราคาหลักประกัน ราคาประเมินอาจต่างจากราคาซื้อขาย ถามว่าส่วนต่างต้องเตรียมเงินเท่าไร
- รอผลอนุมัติ ถามวงเงินที่ได้ ดอกเบี้ยช่วงแรกและช่วงหลัง และค่าธรรมเนียม
- นัดโอนกรรมสิทธิ์ ชำระค่าโอนและเงินส่วนที่เหลือ ดูค่าใช้จ่ายที่ ค่าโอนบ้านปี 2026
ตารางประเมินความพร้อมก่อนกู้
กรอกข้อมูลของตัวเองเพื่อดูภาพรวม ไม่ต้องส่งให้ใคร และไม่ใช่การรับรองวงเงิน
| หัวข้อ | สิ่งที่ควรรู้ | คำถามให้ตัวเอง |
|---|---|---|
| รายได้ประจำต่อเดือน | รายได้ที่พิสูจน์ได้ด้วยเอกสาร | รายได้คงที่แค่ไหน มีรายได้พิเศษที่ธนาคารอาจไม่นับหรือไม่ |
| ภาระหนี้เดิม | ผ่อนรถ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล | ปิดบางรายการก่อนยื่นได้หรือไม่ |
| เงินดาวน์และเงินจอง | เงินสดที่เตรียมไว้ | พอสำหรับเงินจอง ส่วนต่างราคา และค่าโอนหรือไม่ |
| เงินสำรองฉุกเฉิน | เงินที่เหลือหลังซื้อบ้าน | มีพอสำหรับหลายเดือนหลังจ่ายค่างวดหรือไม่ |
| ค่าใช้จ่ายหลังซื้อ | ค่าส่วนกลาง ค่าไฟ ค่าตกแต่ง ค่าประกันบ้าน | รวมแล้วชีวิตประจำวันยังไหวหรือไม่ |
| เป้าหมายราคาบ้าน | ช่วงราคาที่ไหว | ตรงกับบ้านที่ดูอยู่หรือยัง |
ธนาคารพิจารณาภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ร่วมกับประวัติการชำระ บทความของ KTC ที่อัปเดตเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 ยกตัวอย่างผู้มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือนและไม่มีหนี้ ว่าผ่อนได้ราว 40,000–50,000 บาทต่อเดือน นี่เป็นตัวอย่างประกอบการวางแผน ไม่ใช่เกณฑ์ที่ธนาคารใดรับรอง และตัวเลขที่จ่ายสบายในชีวิตจริงของคุณอาจต่ำกว่านี้ ตารางค่างวดตามราคาบ้านอยู่ใน บ้าน 5, 10 และ 15 ล้านบาท ผ่อนเดือนละเท่าไร
ตัวอย่างสามครัวเรือน ย้อนจากค่างวดไปหาราคาบ้าน

ตัวเลขด้านล่างเป็นสมมติ ใช้ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ผ่อน 30 ปี ซึ่งเงินกู้ 1 ล้านบาทมีค่างวดราว 5,368 บาทต่อเดือน สัดส่วนค่างวดต่อรายได้เป็นเพดานที่แต่ละครัวเรือนตั้งเอง ไม่ใช่เกณฑ์ของธนาคาร
ตัวอย่าง A: รายได้ 90,000 บาท ไม่มีหนี้
ตั้งค่างวดไว้ไม่เกิน 30% ของรายได้ คือ 27,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรองรับเงินกู้ราว 5.0 ล้านบาท ถ้าวางเงินดาวน์ 10% บ้านราว 5.5 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ 550,000 บาท เงินกู้ 4.95 ล้านบาท ค่างวดราว 26,600 บาท หรือราว 30% ของรายได้
ครัวเรือนนี้ควรเริ่มดูบ้านในช่วงต่ำกว่า 5.5 ล้านบาท และเตรียมเงินค่าโอนกับค่าใช้จ่ายอื่นแยกต่างหาก
ตัวอย่าง B: รายได้ 150,000 บาท มีผ่อนรถ 15,000 บาท
ตั้งยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดไว้ไม่เกิน 40% ของรายได้ คือ 60,000 บาท หักผ่อนรถ 15,000 บาท เหลือราว 45,000 บาทสำหรับค่างวดบ้าน ซึ่งรองรับเงินกู้ราว 8.4 ล้านบาท
ถ้าสนใจบ้านราคา 8.15 ล้านบาท (ตรงกับราคาเริ่มต้นของแบบ Brussels ตามหน้าโครงการ) และวางเงินดาวน์ 20% หรือ 1.63 ล้านบาท เงินกู้เหลือ 6.52 ล้านบาท ค่างวดราว 35,000 บาท รวมกับผ่อนรถเป็นราว 50,000 บาท หรือราว 33% ของรายได้ การวางดาวน์มากขึ้นทำให้ยอดผ่อนรวมต่ำกว่าเพดานพอสมควร เหลือที่ว่างสำหรับค่าใช้จ่ายหลังซื้อบ้าน
ตัวอย่าง C: รายได้รวม 120,000 บาท (สองคน) มีหนี้ 20,000 บาท
ตั้งยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดไว้ไม่เกิน 40% ของรายได้ คือ 48,000 บาท หักหนี้เดิม 20,000 บาท เหลือราว 28,000 บาทสำหรับค่างวดบ้าน ซึ่งรองรับเงินกู้ราว 5.2 ล้านบาท แต่ครัวเรือนนี้อยากได้บ้านราคา 7 ล้านบาท
| ทางเลือก | เงินดาวน์ | เงินกู้ | ค่างวดบ้าน | ยอดผ่อนรวมกับหนี้เดิมต่อรายได้ |
|---|---|---|---|---|
| ซื้อ 7 ล้าน วางดาวน์ 10% | 700,000 | 6.3 ล้านบาท | ราว 33,800 | ราว 45% |
| ซื้อ 7 ล้าน วางดาวน์ 20% | 1,400,000 | 5.6 ล้านบาท | ราว 30,100 | ราว 42% |
| ซื้อ 7 ล้าน วางดาวน์ 10% หลังปิดหนี้เดิม 20,000 บาท | 700,000 | 6.3 ล้านบาท | ราว 33,800 | ราว 28% |
| เปลี่ยนเป้าเป็น 6 ล้าน วางดาวน์ 20% | 1,200,000 | 4.8 ล้านบาท | ราว 25,800 | ราว 38% |
ตัวอย่างนี้ชี้ว่า บางครั้งการลดภาระหนี้เดิมให้ผลกับสัดส่วนมากกว่าการเพิ่มเงินดาวน์ ครัวเรือนที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกันต้องเลือกว่าจะปิดหนี้ก่อน ลดราคาเป้าหมาย หรือรอเก็บเงินดาวน์เพิ่ม ถ้าต้องกู้ร่วม ดูเงื่อนไขที่ กู้ร่วมซื้อบ้านต้องรู้อะไร
เงินจอง เงินดาวน์ และค่าโอน ไม่ใช่เงินก้อนเดียวกัน
หลายคนเตรียมเงินสดไม่พอเพราะมองว่า "เงินดาวน์" คือเงินก้อนเดียว ที่จริงมีอย่างน้อยสามก้อน จ่ายคนละเวลา
| ก้อนเงิน | จ่ายเมื่อไร | ควรตรวจอะไร |
|---|---|---|
| เงินจอง | วันจองบ้านหรือแปลง | หักเป็นส่วนหนึ่งของราคาหรือไม่ คืนได้กรณีใด |
| เงินดาวน์ | ตามงวดในสัญญา หรือส่วนต่างระหว่างราคากับวงเงินกู้ | จ่ายกี่งวด ถ้ากู้ไม่ผ่านเกิดอะไรขึ้น |
| ค่าโอนและค่าใช้จ่ายอื่น | วันโอนกรรมสิทธิ์ | ใครจ่ายส่วนไหน ดู ค่าโอนบ้านปี 2026 |
อีกเรื่องที่มักถูกลืมคือส่วนต่างราคาประเมิน ธนาคารประเมินราคาหลักประกันเอง ซึ่งอาจต่ำกว่าราคาซื้อขาย ถ้าวงเงินคิดเป็นสัดส่วนของราคาประเมิน ส่วนต่างจะกลายเป็นเงินสดที่ผู้ซื้อต้องจ่ายเพิ่ม
ตัวอย่างสมมติ บ้านราคาซื้อขาย 6.0 ล้านบาท ธนาคารประเมิน 5.7 ล้านบาท และสมมติว่าให้วงเงิน 90% ของราคาประเมิน วงเงินกู้จะเป็น 5.13 ล้านบาท ผู้ซื้อต้องเตรียมเงินสด 0.87 ล้านบาท ไม่ใช่ 0.6 ล้านบาทตามที่คิดจาก 90% ของราคาซื้อขาย สัดส่วน 90% ในตัวอย่างนี้เป็นเลขสมมติ ธนาคารจริงใช้เกณฑ์ของตัวเอง ให้ถามก่อนจอง
ศัพท์สินเชื่อที่ควรรู้
| คำศัพท์ | ความหมาย |
|---|---|
| DSR (ภาระหนี้ต่อรายได้) | เทียบยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดต่อเดือนกับรายได้ ธนาคารแต่ละแห่งใช้ระดับที่ยอมรับต่างกัน |
| LTV (วงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน) | สัดส่วนที่ให้กู้เทียบกับมูลค่าบ้าน กำหนดเงินดาวน์ที่ต้องเตรียม ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์นี้เป็นการชั่วคราวและแจ้งขยายมาตรการถึง 30 มิ.ย. 2570 วงเงินที่ได้จริงขึ้นกับประเภทบ้านและสัญญา ให้ตรวจกับธนาคารและประกาศ ธปท. ก่อนยื่นกู้ |
| MRR | อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารประกาศ ดอกเบี้ยลอยตัวอ้างอิงอัตรานี้ KTC ใช้ตัวอย่างอัตราลอยตัวเฉลี่ยราว 6.5% ในบทความที่อัปเดต 27 สิงหาคม 2569 |
| ดอกเบี้ยคงที่ / ลอยตัว | คงที่คือตรึงอัตราไว้ตามช่วงที่ธนาคารกำหนด ค่างวดช่วงนั้นไม่เปลี่ยน ลอยตัวเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิง ค่างวดจึงเปลี่ยนได้ |
| ราคาประเมิน | ราคาหลักประกันที่ธนาคารกำหนดเอง อาจไม่เท่าราคาซื้อขาย |
เอกสารที่มักต้องใช้
ธนาคารแต่ละแห่งขอเอกสารไม่เหมือนกัน และอาจขอเพิ่มตามกรณี เช็กรายการล่าสุดกับธนาคารที่จะยื่น
| กลุ่ม | เอกสารที่มักเกี่ยวข้อง |
|---|---|
| ทั่วไป | บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส (ถ้ามี) |
| พนักงานประจำ | สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง |
| อาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ | เอกสารแสดงการประกอบกิจการ รายการเดินบัญชี เอกสารแสดงรายได้ตามที่ธนาคารกำหนด |
| เกี่ยวกับบ้าน | สัญญาจอง ข้อมูลโครงการและแบบบ้าน |
เช็กอะไรก่อนจองบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงยื่นกู้ไม่ผ่าน
ไม่มีวิธีรับประกันผลอนุมัติ แต่ช่วงก่อนจองมีเรื่องที่ตรวจและแก้ได้ทัน
- รวมภาระหนี้ทั้งหมด ทั้งผ่อนรถ บัตรเครดิต และสินเชื่ออื่น แล้วดูว่าปิดหรือลดรายการไหนก่อนยื่นได้ ตัวอย่าง C ด้านบนแสดงว่าผลอาจมากกว่าที่คิด
- ขอดูข้อมูลเครดิตของตัวเองจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อดูว่ามีรายการค้างหรือผิดพลาดไหม
- ช่วงเตรียมยื่นกู้ อย่าเพิ่งก่อหนี้ใหม่ เช่น ผ่อนรถหรือสินเชื่อก้อนใหม่ เพราะกระทบการพิจารณาได้
- ถ้าเพิ่งเปลี่ยนงานหรือรายได้ผันผวน เตรียมเอกสารอธิบายไว้
- ถามธนาคารเบื้องต้นก่อนจอง เรื่องเอกสารและเงื่อนไข
- ถามโครงการว่ากรณีกู้ไม่ผ่าน เงินจองได้คืนไหม คืนเมื่อไร และให้เขียนไว้ในเอกสารจอง อ่านเพิ่มที่ ก่อนเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายบ้านจัดสรร ต้องตรวจอะไรบ้าง
- ลองคำนวณค่างวดที่ดอกเบี้ยสูงกว่าที่คาดอีก 1–2% แล้วดูว่ายังไหวหรือไม่
จากค่างวดไปหาโครงการ

เมื่อรู้ค่างวดที่สบายใจแล้ว ให้ย้อนหาราคาบ้านและระยะเวลากู้ที่สอดคล้อง ใช้ตารางค่างวดและสูตรในบทความถัดไปเทียบหลายสถานการณ์ แล้วนำช่วงราคาที่ได้ไปดู โครงการที่เปิดขายอยู่
คำถามที่พบบ่อย
ควรเริ่มจากราคาบ้านหรือค่างวดก่อน?
เริ่มจากค่างวดที่คุณจ่ายไหวอย่างสบาย แล้วย้อนไปหาราคาบ้าน วิธีนี้ลดโอกาสเลือกบ้านที่เกินกำลังตั้งแต่ต้น
ต้องมีเงินดาวน์เท่าไร?
ขึ้นกับเงื่อนไขของธนาคารและโครงการ รวมถึงราคาประเมินเทียบกับราคาซื้อขาย ถามธนาคารและฝ่ายขายเป็นกรณีไป และเตรียมเงินค่าโอนไว้ด้วย
ปรึกษาธนาคารก่อนจองได้ไหม?
ได้ และควรทำ ถามเรื่องเอกสาร วิธีพิจารณา และระยะเวลา แล้วเทียบกับกำหนดในสัญญาจองของโครงการ
ยื่นกู้หลายธนาคารพร้อมกันดีไหม?
ธนาคารให้ผลและเงื่อนไขต่างกัน การเทียบหลายแห่งช่วยให้เห็นตัวเลือก ถามแต่ละแห่งก่อนว่าการยื่นหลายที่มีผลต่อการพิจารณาไหม และเก็บเอกสารให้ครบเพื่อไม่ต้องเตรียมซ้ำ
ถ้าราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขายต้องทำอย่างไร?
ถามธนาคารว่าวงเงินคำนวณจากราคาใด แล้วเตรียมเงินสดสำหรับส่วนต่าง ก่อนจองถามฝ่ายขายด้วยว่าสัญญาจองรองรับกรณีนี้อย่างไร
ขั้นต่อไป
ถ้ามีช่วงราคาในใจแล้ว ปรึกษาฝ่ายขาย เพื่อดูแบบบ้านในช่วงนั้น และสอบถามขั้นตอนจองกับเงื่อนไขกรณีกู้ไม่ผ่านของโครงการ
แหล่งข้อมูล
- KTC: เงินเดือน 100,000 กู้บ้านได้เท่าไร (อัปเดต 27 สิงหาคม 2569)
- ตัวอย่างสามครัวเรือนและตัวอย่างราคาประเมินคำนวณเองด้วยสูตรเงินกู้ผ่อนเท่ากันทุกงวด (M = P·i/(1−(1+i)^−n)) ที่ดอกเบี้ย 5% ต่อปี 30 ปี
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำด้านสินเชื่อหรือการรับรองผลอนุมัติ วงเงินและเงื่อนไขจริงขึ้นกับธนาคารและข้อมูลของผู้ขอกู้



